หัวขโมยแห่งบารามอสแฟนฟิกชั่น
ประเภท - ชีวิต
ช่วงเวลา - ก่อนภาค 1
Note - แต่งไว้ตั้งแต่ตอนอ่านภาค 1 จบ ก็เลยไม่ได้แต่งให้โรเป็นชาเบรียนอะนะ (มีแค่ฟิกเปิดตำนานโรเวนวิเวียนนั่นล่ะที่แต่งโรเป็นชาเบรียน)
ท่านพ่อ... ฮือ... ข้าเจ็บ เสียงร้องไห้โยเยดังขึ้นจากเด็กชายตัวน้อยอายุราวๆ 4 ขวบ ที่ไปวิ่งซนจนล้มหัวคะมำเป็นแผลถลอกตามตัว ผมสีน้ำตาลและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น
เด็กน้อยรีบวิ่งไปหาพ่อ หวังจะได้รับคำปลอบใจจากพ่อของตนแต่ผิดถนัด
ผัวะ!!
ยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปกอดพ่อของตน เด็กน้อยก็ถูกมือใหญ่ๆ ของพ่อตบเข้าอย่างจังที่หน้าจนกระเด็นไป
พ่อบอกเจ้ากี่ครั้งแล้ว โร เซวาเรส ผู้ที่มีเลือดขัตติยะอยู่ในตัว หาได้สมควรไม่ที่จะร้องไห้ออกมาง่ายๆ เพราะเรื่องแค่นี้ เจ้าต้องมีความเข้มแข็ง เป็นลูกผู้ชายให้มากกว่านี้สิ เสียงดุดันแข็งกร้าวดังมาจากผู้เป็นพ่อ
เด็กชายหยุดร้องไปแว่บหนึ่งเพราะความกลัว ก่อนที่จะเริ่มระเบิดน้ำตาออกมาอีกครั้ง คราวนี้ ร้องไห้หนักกว่าเดิม เพราะนอกจากจะเจ็บแผลแล้ว ยังเจ็บแก้มและเจ็บใจที่ถูกพ่อที่ตนรักตบเข้าให้อีก นัยน์ตาสีเขียวเริ่มบวมแดง
พ่... พ่อไม่รักผม เด็กชายพูดไปร้องสะอื้นไป
เจ้าเป็นลูกชายของพ่อจริงหรือเปล่า ลูกชายของพ่อต้องเข้มแข็งไม่ร้องไห้ เจ้าชายแห่งทริสทอร์จะต้องไม่เสียน้ำตาง่ายๆ เด็ดขาด เมื่อผู้เป็นพ่อกล่าวจบ ก็หันหลังเดินจากลูกชายของตนไป
พ่อ... ท่านพ่อ... เด็กชายร้องเรียกอย่างสุดเสียง แต่ผู้เป็นพ่อก็ไม่หันกลับมา
โร โรลูกแม่ เป็นอย่างไรบ้างลูก เสียงหวานๆ ของผู้เป็นแม่รีบวิ่งเข้ามาปลอบประโลมลูก ทันทีที่สิ้นเงาของพระสวามี เพราะหล่อนกลัวว่าพระสวามีจะตำหนิที่ไปโอ๋ลูก ด้วยอยากให้ลูกเป็นคนเข้มแข็ง
ขณะนี้ เด็กน้อยนามโร เซวาเรสอยู่ในอ้อมอกอันอบอุ่นของผู้เป็นแม่แล้ว เริ่มหยุดร้องไห้ลงไป แต่ยังคงสะอื้นอยู่เล็กน้อย
ท่านแม่ ท่านพ่อไม่รักข้าหรือ ทำไมท่านพ่อไม่ใส่ใจข้าเลย โร กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่ซบหน้าลงกับอกของผู้เป็นมารดา
ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะลูก ไม่มีหรอกนะที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะไม่รักลูกน่ะ แต่ท่านพ่ออยากให้เจ้าเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ต้องการให้เจ้าเป็นคนอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้แล้ววิ่งเข้าหาพ่อแม่เวลาที่เกิดปัญหา ผู้เป็นแม่กล่าวปลอบ
แล้วอย่างนี้ ท่านพ่อต้องการให้ข้าทำยังไง ท่านพ่อถึงจะพอใจในตัวข้ากันล่ะ ท่านแม่ เด็กน้อยถาม พลางเงยหน้าสบตากับมารดาของตน
เจ้าก็ต้องเข้มแข็ง ไม่ร้องไห้ง่ายๆ แม้จะบาดเจ็บก็ห้ามร้องเชียวนะ แล้วก็ตั้งใจศึกษาวิชาต่างๆ เข้าใจนะลูก สมเด็จราชินีแห่งทริสทอร์กล่าวอย่างอ่อนโยน
ครับ แม่
+ + + +
3 ปีผ่านไป
เคร้ง!!
เสียงดาบฟันกันดังลั่นในสวนด้านหน้าพระราชวังหลวงแห่งทริสทอร์
ฉัวะ!!
โอ๊ย! เสียงร้องดังขึ้นอย่างไม่รู้ตัวจากเด็กน้อย เพราะถูกฟันอย่างจังเข้าที่แขน เลือดไหลอาบลงมาเป็นทางยาว เด็กน้อยรู้สึกเจ็บปวดจนสุดจะทน
ไม่ได้เรื่อง จะร้องไห้อีกหรือไงกัน เจ้าน่ะขี้แยไม่มีเปลี่ยน เสียงดูถูกมาจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งดาบในมือของเขาเปรอะไปด้วยเลือดจากแขนของลูกชายตนเอง
เด็กน้อยกัดฟันอดทนความเจ็บอย่างสุดความสามารถ ขณะที่เอามืออีกข้างหนึ่ง ประคองแขนข้างที่โดนฟันไว้ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา
คนอย่างข้า จะไม่มีวันร้องไห้ให้ท่านเห็นอีกอย่างแน่นอน ไว้ใจได้ เสียงตอบกลับอย่างเรียบเย็นจากเด็กน้อยนามโร เซวาเรส แม้เขาจะเจ็บปวดเพียงใดก็ต้องกัดฟันทนไว้ เพื่อจะเป็นลูกที่พ่อภาคภูมิใจ
ดี ดีมาก ผู้เป็นพ่อกล่าวชมเชยพลางยิ้มให้ นับเป็นเวลานานที่โรไม่ได้เห็นพ่อของตนยิ้มให้ ไม่ได้ฝึกกับเจ้าซะนาน เจ้าเปลี่ยนไปนะ
กล่าวชมเกินไปแล้วกระหม่อม ข้าเพียงแต่เป็นอย่างที่ผู้มีเลือดขัตติยะควรจะเป็น ต้องเข้มแข็ง ใช่ไหมท่านพ่อ โร กล่าวพลางยิ้มเล็กน้อย
สุขุมดีมาก ไปทำแผลซะไป ผู้เป็นพ่อกล่าวไล่ให้ไปทำแผลในวัง
รับด้วยเกล้า ว่าเสร็จโรก็เดินไปยังห้องพยาบาล
+ + + +
ท่านโร แผลของท่านนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะเนี่ย แต่เด็กขี้แยอย่างท่าน กลับไม่ร้องไห้เลยสักแอะ คำกล่าวอย่างสงสัยจากหมอหลวง
ข้าเปลี่ยนไปแล้วท่านหมอหลวง คนเรามันต้องรู้จักพัฒนาตนเองบ้าง โรกล่าว
โฮ่ๆ ท่านโรเดี๋ยวนี้พูดได้ดีขนาดนี้เชียวรึนี่ ไม่ได้เล่นซนซะนาน ไม่มีแผลมารักษากับข้า ทำให้ข้าไม่ค่อยได้เจอกับท่านเลย หมอหลวงยิ้ม
จริงสินะ ตั้งแต่วันนั้น ข้าก็ไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ เลยนี่นา โร พูดพลางมองลอดหน้าต่างออกไปสู่สนามภายนอก พวกเด็กๆ ลูกของเหล่าขุนนางในปราสาทกำลังเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน
เอ้า เสร็จแล้วท่าน หมอหลวงพูดเมื่อพันแผลเสร็จแล้ว
ข้าอยากออกไปเล่นบ้างจัง ไปขออนุญาตท่านพ่อดีกว่า ว่าแล้ว เจ้าหนูโรก็รีบออกไปจากห้องพยาบาลทันที อ้อ ขอบคุณที่ทำแผลให้ข้านะ ท่านหมอหลวง
เดี๋ยวสิท่าน หมอหลวงจะกล่าวห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว ถ้าพระราชาทรงยอมให้ท่านโรออกไปก็คงจะดีไม่น้อยเลย
ท่านพ่อ โรกล่าวอย่างร่าเริง
เอะอะโวยวายอะไรกันโร พ่อนึกว่าเจ้าจะสุขุมขึ้นแล้วซะอีก มีอะไรว่ามา ผู้เป็นพ่อกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
ข้าอยากออกไปเล่นข้างนอกน่ะท่านพ่อ ไม่ได้เล่นกับพวกเพื่อนๆ มานานแล้ว โรกล่าวอย่างคึกคัก
ไม่ได้ เสียงตัดพ้ออย่างห้วนๆ ของผู้เป็นพ่อดังขึ้น ก่อนจะว่าต่อด้วยความดุดัน อนาคตเจ้าต้องเป็นกษัตริย์ผู้ครองนคร มีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือกว่าผู้อื่น จุดที่เจ้าจะขึ้นไปยืนอยู่นั้น เปรียบเสมือนยอดเขาสูงที่สามารถยืนอยู่ได้เพียงผู้เดียว เพื่อความมั่นคงทางอำนาจ จะให้ใครมายืนเคียงข้างเจ้าไม่ได้ เจ้าจะคบเพื่อนไปทำไมกันอีก แล้วไม่มีเพื่อนที่ไหนจริงใจให้กันหรอกนะ จำเอาไว้ ไม่มีใครรักเจ้าเท่ารักตัวเองหรอก
ท่านพ่อ โรกล่าวอย่างงงๆ หรือท่านจะหมายความรวมถึงท่านด้วย
ทหาร เอาลูกข้าไปขังไว้ในห้องหนังสือ อย่าให้ออกมาได้เชียวนะ ผู้เป็นพ่อกล่าวสั่งทหารรอบข้างโดยไม่ตอบคำถามของผู้เป็นลูก ถ้าเจ้าว่างนักก็ไปอ่านหนังสือซะไป จะได้รอบรู้ อนาคตจะได้เป็นใหญ่เหนือประเทศอื่นๆ ด้วย
หลังจากนั้น เด็กน้อยโร เซวาเรส ก็กลายเป็นคนเก็บตัว ไม่เคยเปิดใจให้ใคร
แม้แต่ท่านพ่อ พ่อแท้ๆ ยังไม่รัก แล้วใครจะรักเรา ความคิดนี้ติดอยู่ในความทรงจำของโรตลอดมา
+ + + +
หลบไป เสียงหนึ่งดังขึ้นไม่ไกลนักจากจุดที่โรยืนอยู่ เสียงนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ความคิด
เคร้ง!!
เสียงลูกดอกร่วงลงสู่พื้น เฟรินที่ตะโกนบอกให้คาโลหลบลูกดอกไปพร้อมกระโดเอาตัวเข้าบังไว้นั้น ตอนนี้ถูกส่งให้ไปอยู่กับมาทิลด้า แล้วคาโลก็เอาตัวไปบังเฟรินแทนอีกที
ไอ้โง่ หลบไป เฟรินตะโกนเรียกให้คาโลหลบ
แต่เมื่อลูกดอกอีกลูกจะถูกส่งมาถึงตัวคาโล มีดสั้นสีเงินก็บินโฉบจากฝั่งที่นั่งอัฒจรรย์ทางด้านหลังตัดก้านธนูฉับกระเด็น
เมื่อเรื่องราวต่างๆ สงบลง โรได้เห็นรอยลูกดอกที่ปักลงบนปลอกดาบของเฟริน ทำให้ความคิดขัดแย้งของตัวเองเริ่มเกิดขึ้น
ทำไมถึงยอมเสียสละตัวเองล่ะ คนพวกนี้ เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานแท้ๆ หรือว่า มิตรภาพจะมีจริง
โร เซวาเรสคิดหนัก
คิดอะไรอยู่หรือ โร มาทิลด้าถาม เมื่อเห็นโรเหม่อๆ
อ... อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก โรตอบตะกุกตะกัก
แปลกคน มาทิลด้าพูดเบาแล้วก็เดินจากไป
มิตรภาพ คำว่าเพื่อนมีจริงหรือ ลองดูสักตั้งคงไม่เสียหายนะ ท่านพ่อ โรพึมพำเบาๆ ก่อนจะเข้าร่วมวงสนทนากับเพื่อนๆต่อไปedit @ 2005/04/16 22:28:11
ดี