FaveFic

คงมีใครหลายคนเชื่อว่าโลกเรามีอีกมิติหนึ่งซ้อนทับอยู่...

จากโลกที่แสนธรรมดา เพียงแค่เราหลุดมิติไป...

ก็อาจพบกับโลกที่มีแม่มด สัตว์พูดได้ และสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจต่างๆ

รวมไปถึงการผจญภัยที่คาดไม่ถึง

เป็นโลกที่มีแค่เด็กเท่านั้นที่จะสามารถข้ามเขตมิติเข้าไปได้

นิยายที่มีอายุมากว่าครึ่งศตวรรษ...

กำลังจะถูกนำมาสร้างเป็นหนังในไม่ช้า...

หนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 7 เล่ม ได้แก่ กำเนิดนาร์เนีย, ตู้พิศวง, อาชากับเด็กชาย, เจ้าชายแคสเปี้ยน, ผจญภัยโพ้นทะเล, The SilverChair, The Last Battleเวลางานหนังสือก็เข้าบูธดวงกมลสมัย (เล่ม 6 กับ 7 ยังไม่ออกเป็นภาษาไทย) แต่ตามจริงแล้วผู้แต่งเขียนตอนตู้พิศวงก่อน แล้วตามด้วยเจ้าชายแคสเปี้ยน ตอนกำเนิดนาร์เนียกับอาชากับเด็กชายเป็นตอนเสริมขึ้นมา ดังนั้นตอนแรกที่เขาจัดพิมพ์เลยจัดพิมพ์ตู้พิศวงออกมาก่อนและตามด้วยเจ้าชายแคสเปี้ยนแต่แล้วก็พิมพ์ใหม่ เปลี่ยนปกด้วย ซวยเลย แต่ไม่ซื้อใหม่ หุๆ ก็ซื้อแค่ตอนที่ไม่มีนั่นล่ะ

ก็เรารู้จักตั้งแต่ประถมแล้วมั้งที่ไอทีวีเพิ่งเปิดสถานีอะ ตอนนั้นมันเอามาฉายเป็นซีรี่ส์หนังฝรั่งอะ ดูทุกเช้าเลย รู้สึกจะเป็นเสาร์อาทิตย์มั้ง ดูแล้วติด ตอนแรกที่ฉายเนี่ยเป็นตอนตู้พิศวง (ตามลำดับการแต่งของผู้เขียนอะ) แล้วก็เจ้าชายแคสเปี้ยน แต่พอถึงผจญภัยโพ้นทะเลปุ๊บดันเลิกฉายไปซะงั้น หงุดหงิดมากๆ ตอนนั้น เคยไปโพสลงบอร์ดไอทีวีแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเอามาฉาย (คือไม่มีใครใส่ใจกะที่เราโพสอะนะ) จนเมื่อตอนเราอยู่ม.ปลาย อ่านมุมแนะนำหนังสือของนิตยสารเล่มนึง มีแนะนำเรื่องตู้พิศวงเลยจัดการหาซื้อเสร็จสรรพ ตอนนี้ก็รอเก็บเล่ม 6 อยู่ เล่ม 7 ซื้อมาเป็นภาษาอังกฤษแล้ว และตอนนี้ก็มีข่าวให้เราดีใจ คือ มันจะเอาตอนตู้พิศวงมาทำเป็นหนัง ดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะตั้งตารอดูเชียว


edit @ 2005/04/15 23:46:55

ข้าให้ชวาลา... ของข้าแก่ท่าน...

หากพูดถึงพ่อมดแห่งแสงสว่างผู้ยิ่งใหญ่...

ทุกคนคงรู้จักนามของพ่อมดเมอร์ลิน...

แต่จะมีใครบ้าง ที่รู้จักภาคมืดของพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกแยกออกจากกันแต่แรกเกิด...

เขาผู้นั้นมีชื่อว่าไมรอน...

ชะตาชีวิตของผู้ที่เกิดมาด้วยธาตุแห่งความมืด...

หากแต่ผู้เป็นพ่อไม่ประสงค์ให้ลูตกไปอยู่กับพวกแห่งความมืด

จึงตัดสินใจพาลูกของตนหนีไป

หนีไปจากชะตากรรม...

แต่ว่า ไมรอนจะหนีชะตากรรมของตนได้พ้นหรือ...

หุๆ ไม่อยากจะบอกว่าตอนที่ซื้อมาเนี่ยไม่ได้ตั้งใจซื้อจริงๆ หรอก แต่เพราะตอนที่ไปซื้อหัวขโมยภาค 4 มันดันไม่ได้ของพรีเมี่ยมภาค 4 มา เลยไปซื้อไมรอน แล้วขอของพรีเมี่ยมหัวขโมยมาแทน (น่าน) อ่านแรกๆ ก็นึกว่าไม่น่าจะสนุกเท่าไหร่ แต่ว่า... ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ไม่อยากวางหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่อยากจะรู้ถึงชะตาชีวิตของไมรอน พยายามห้ามตัวเองไม่ให้เปิดหน้าท้ายสุด หุๆ สนุกดีๆ

นิยายที่ในปัจจุบันนี้มีน้อยคนที่จะไม่เคยได้ยินชื่อ....

นิยายจากฝีมือของคนไทย...

นิยายที่มีทั้งความสนุก ความเศร้า และข้อคิดต่างๆ...

เรื่องราวการผจญภัยมากมายของหัวขโมยคนหนึ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ถูกพ่อจับเข้าไปเรียนในโรงเรียนพระราชา

มิตรภาพ... ความรัก... ความเศร้า...

จากภาค 1 มงกุฎแห่งใจ

ไอ้คนหน้าตายแบบนี้ ใครจะไปคบด้วยลง อย่างว่าเจ้าชายก็เหมือนราชสีห์ จะไปหามิตรภาพจากเจ้าชาย ก็เหมือนกับการจับสิงห์ไปเลี้ยงให้เชื่อง"

ถ้อยคำของเฟรินที่ทำให้คิลต้องชะงัก ก่อนจะหัวเราะเสียงดังขึ้นมาจนเฟรินถึงกับหันไปมอง แต่เจ้าตัวก็รีบก้มหน้าทานอาหารต่อจนหมดแล้วรวบช้อน ก่อนเปรยขึ้นบ้างว่า

"นายพูดถูก เฟริน" คิลพยักหน้าช้าๆก่อนจะยิ้มจนมองแทบไม่เห็นนัยน์ตา ตบไหล่ของคนเจ้าสำนวนเบาๆ "แล้วฉันก็อยากเตือนอะไรนายบ้างว่า นักฆ่าก็เหมือนจิ้งจอก จะหามิตรภาพจากนักฆ่า ก็เหมือนการจับจิ้งจอกไปเลี้ยงให้ซื่อ"

เฟรินชะงักอึ้งไปด้วยคำพูดก่อนจะถอนหายใจแยกเขี้ยว

"แล้ว.." คิลกำลังจะต่อคำพูด แต่เฟรินขัดขึ้นซะก่อน

"เออ ฉันรู้แล้ว นายจะว่าขโมยก็เหมือนหมาไน จะหามิตรภาพจากขโมย ก็เหมือนการจับหมาไนไปเลี้ยงในบ้าน"

จากภาค 2 คทาแห่งพลัง

"หลานน่ารัก เฟลิโอน่า" ท่านกล่าวแล้วถอนใจเบา "เสียดายแต่ อายุไม่ยืนเท่านั้น"

คำเปรยที่ขโมยลมหายใจของคนไปหมดห้อง

เงียบกริบ ไม่มีแม้แต่ใครจะกล้าขยับตัว

ความตาย...ความตายที่หนักเหมือนขุนเขา แต่เบาเหมือนปุยนุ่น..

เพียงแค่คิดก็ทำให้หัวใจเต้นเร็วด้วยความหวั่นก่อนจะเบาลงด้วยความกลัว แล้วสงบลงสนิท

ขยับรอยยิ้มขึ้นใหม่ นัยน์ตาสีน้ำตาลมีแววมั่นคงหนักแน่นเจิดจ้าผิดจากเคย

"ช่างเถอะท่านน้า อยู่นานอีกปีสองปี ห้าปีสิบปี หรือยี่สิบปี ชีวิตก็คือชีวิต ยาวสั้นไม่สำคัญเท่าอยู่แล้วจะทำอะไร ชีวิตผมถึงจะสั้น ผมก็จะทำให้มีค่า ให้อยู่มีคนรัก จากไปมีคนอาวรณ์ ท่านน้าวางใจเถอะ ถึงชีวิตผมจะไม่ยืน แต่หนึ่งวันของผมจะมีค่าเท่ากับหนึ่งปี ทุกวันของผมจะมีค่า ทุกนาทีของผมจะมีความหมาย ผมจะไม่เกิดเปล่าตายเปล่า ไม่ใช้ชีวิตผ่านไปแค่วันๆ"

น้ำคำหนักแน่นมุ่งมั่นแฝงความจริงจัง จุดประกายประหลาดวูบในใจคนฟัง ให้ขุมขนในกายพลันลุกซู่ราวรับรู้คำปณิธานที่ประกาศก้อง

ใช่ จะไม่เกิดเปล่า ตายเปล่า

จากภาค 3 แหวนแห่งปราชญ์

"แหวนแห่งปราชญ์" บุรุษชราเอ่ยทวนก่อนขยับรอยยิ้ม "มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดก็มีอยู่แล้วกับตัว ไยถึงต้องแสวงหาแหวนแห่งปราชญ์" ดวงตาแฝงรอยเมตตาทอดมองผู้อ่อนวัย ก่อนจะทิ้งไว้ซึ่งประโยคสุดท้าย "จิตอันสงบย่อมมองเห็นทางอันสว่าง ส่วนจิตที่สับสนแม้ทางทอดยาวอยู่เบื้องหน้าก็ยังมองไม่เห็น เฟริน ก็หวังว่าเธอจะค้นหามหาปราชญ์ในตัวเองได้พบ"

จากภาค 4 ดาบแห่งกษัตริย์

เฟลิโอน่า สุรเสียงราชินีจันทราเริ่มเย็นเยียบ หลานกำลังจะบอกว่าอาทำผิดงั้นรึ นัยน์เนตรคู่งามมีรอยกรุ่น เฉพาะเมื่อนัยน์ตาสีน้ำตาลที่สบประสานคมกร้าวราวคำประฌามสาดใส่ อาทำผิดตรงไหน การจะลงมือนิดๆหน่อยๆกับมนุษย์นี่มีอะไรไม่ถูกด้วยหรือไง ในเมื่อมนุษย์เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องระบายเครียดของปีศาจอยู่แล้ว

เครื่องระบายเครียด!

เฟรินอุทานทวนอย่างไม่เชื่อหู ดวงหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด

เหลวไหลที่สุด!

รอยสรวลบางฉาบบนริมโอษฐ์สตรีผู้สูงศักดิ์ เหลวไหล? พวกมนุษย์เอเดนยังพูดได้ว่าสัตว์เกิดมาเพื่อเป็นอาหาร แต่ครั้นพอปีศาจจะพูดบ้างว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องระบายเครียด ทำไมถึงได้กลายเป็นเรื่องเหลวไหล

ดำรัสย้อนที่เล่นงานความละอายให้พุ่งวูบในใจเฟริน ก่อนความโกรธเกรี้ยวกับประเด็นที่บัดนี้กำลังจะเบี่ยงเบนจะปะทุ

เหมือนกันที่ไหน มนุษย์ไม่กินสัตว์..

สัตว์ก็จะล้นโลก ราชินีจันทราต่อให้แล้วหัวเราะเบาๆราวเริ่มสนุกกับการประคารม มนุษย์ก็มากมายขนาดนั้น ไม่ลดๆจำนวนไปบ้างจะไหวหรือ

ดวงหน้าเฟรินแปรจากสีก่ำกลับไปขาวแล้วจากขาวกลับมาก่ำสี รู้ทั้งรู้ว่าอารมณ์เป็นเครื่องตัดรอนสติ ความโกรธเป็นเครื่องทำลายปัญญา แต่บัดนี้กลับสงบลงไม่ได้ สงบลงไม่ได้นับแต่รู้ว่าใครที่เป็นต้นเหตุของการตายมากมายในเอเดน การตายที่รวมไปถึงการตายของผู้คนที่เธอรัก


edit @ 2005/04/14 22:50:03