MyFiction

Talk : พอดีเรื่องนี้เกิดจากเมื่อตอนบ่ายต้องทำเวิร์คชอปเขียนเรื่องสั้น เห็นมีแต่คนจะเขียนเรื่องแนว realistic ไม่เห็นมีใครพูดถึงแฟนตาซีเลย เลยแหวกแนวมา ^^

The Last Vampire

โดดเดี่ยว...กับชีวิตที่เป็นอมตะ

ผู้เดียวที่เหลืออยู่...อยู่กับความนิรันดร์

ถึงเดียวดาย...แต่ก็กลัวที่จะตาย

จึงต้องดิ้นรน...ให้ตัวเองดำรงอยู่ต่อไปอย่างไม่มีใครรู้

+ + + +

คืนพระจันทร์เต็มดวง ภายในป่าใหญ่ลึกลงไปห่างไกลตัวเมือง แสงสีเหลืองนวลสาดส่องไปทั่วบริเวณ ยังมีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งนอนอาบแสงจันทร์อยู่บนยอดไม้ สายลมเอื่อยพัดโบกจนผมสีดำสนิทปลิวไสว พลังที่ได้ใช้ไปกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

สวบ!!

เสียงอะไรบางอย่างกระทบกับเศษใบไม้แห้ง ปลุกให้ เขา รู้สึกตัวขึ้นมา

ใครกัน!?!

นัยน์ตาประกายวาวสีเหลืองทองจับจ้องไปทั่วบริเวณเพื่อค้นหาต้นเสียงพร้อมกับซ่อนตัวอยู่หลังยอดไม้

โธ่ ถ้าเป็นอย่างนี้ใครจะเป็นคนดูแลแม่ล่ะ เสียงหวานดังขึ้นคละเคล้ากับเสียงสะอื้นไห้ เขาจึงเหลือบไปมองทันที

สาวน้อยผมยาวตรงสีทองกำลังนั่งคุกเข่าร้องไห้อย่างสิ้นหวัง เสียงที่ปลุกเขาเมื่อครู่คงเป็นเสียงทรุดตัวของหล่อนนั่นเอง นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายระริกด้วยความเศร้าโศก เธออยู่ในชุดกระโปรงยาวของชาวบ้านธรรมดาที่ยามนี้แสนจะมอมแมมเมื่อต้องผ่านการบุกป่าฝ่าดงมาเป็นเวลานั้น แม้กระนั้นเธอยังคงดูงดงามราวกับเทพธิดาที่จุติมาจากสรวงสวรรค์ที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง

เขา...ผู้รอดชีวิตของเผ่าพันธุ์ที่ถูกพระเจ้าทอดทิ้ง

คิดพลันไปโผล่อยู่เบื้องหน้าของหญิงสาวให้เธอหยุดร้องไห้ด้วยความตกใจ ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องตอบเขาอย่างหวาดๆ

ค..คุณเป็นใคร สาวน้อยถามเสียงสั่น

รอยยิ้มพรายที่ไม่เคยมีมากว่าร้อยปีของเขาผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่จะก้มลงไปคุกเข่าจุมพิตเบาที่ข้อมือของหญิงสาวทั้งๆ ที่ตัวของหญิงสาวเองยังคงสั่นระริก

หลงทางอยู่หรือ สาวน้อย เขาถามพลางจ้องลึกลงไปที่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นราวกับจะสะกดให้หญิงสาวเลิกหวาดกลัว

ใช่ เธอหลุบสายตาลงต่ำ ดูเหมือนความหวาดกลัวในตัวเขาจะหายไปเหลือไว้เพียงความเศร้า แม่ของฉันกำลังป่วยหนักอยู่ที่บ้าน ฉันไม่มีใครอีกแล้วนอกจากแม่ คนในหมู่บ้านบอกว่าในป่านี้มียาสมุนไพรที่จะรักษาแม่ให้หายได้ หญิงสาวเหลือบมองกองสมุนไพรในอ้อมแขนของเธอก่อนจะกล่าวต่อเสียงสั่นเครือ แต่นี่...พอได้ยามาแล้ว ฉันกลับต้องมาหลงทางอยู่ในป่า สิ้นคำทำนบน้ำตาของเธอก็พังครืนลงอีกครา หยาดน้ำใสๆ หยดลงบนกระโปรงไม่หยุด ถ้าเป็นอย่างนี้...ใครจะดูแลแม่

พลันอดีตก็วูบเข้าสู่ห้วงคำนึง ความทรงจำอันเลือนรางที่นึกว่าจะลืมไปแล้วกลับคืนสู่ความนึกคิด ภาพของพ่อ แม่ และพรรคพวกที่ถูกยิงกระสุนเงินเข้าใส่ ค่อยๆ แปรสภาพเป็นซากเนื้อไร้ชีวิตก่อนสลายเป็นเถ้าธุลีไปต่อหน้าต่อตา

ความทรมานแล่นเข้าสู่หัวใจที่น่าจะด้านชาไปแล้วของเขาอย่างช้าๆ

การรอเวลาให้คนที่รักต้องตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างช่วยอะไรไม่ได้ มันช่าง...น่าเศร้าจริงๆ

ถ้าฉัน...ทำให้เธอกลับบ้านได้ล่ะ เขาเอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงลังเล ไม่อยากยุ่งเลยกับสังคมมนุษย์ แต่ทว่าเขากลับทำให้หญิงสาวใจชื้น เธอหยุดร้องไห้และเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างมีความหวัง

จริงหรือ!?! รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ้าหล่อน มันทำให้เขารู้สึกหวั่นไหว ถ้าคุณพาฉันกลับไปได้ จะให้ฉันทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น เธอเอื้อมมือไปกุมข้อมือของเขาแล้วเขย่าเบาๆ เพื่อช่วยแม่แล้ว ฉันยอมทำทุกอย่าง!!

ทุกอย่างงั้นหรือ?? เขาทวนพร้อมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แค่เธอสัญญาว่าจะไม่บอกใครเรื่องฉัน...

ได้สิ นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายระริกด้วยความดีใจ ฉันจะเก็บเรื่องของคุณไว้เป็นความลับ

ถ้าเช่นนั้น... เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ก็หลับตาลงสิ สาวน้อย

แล้วเปลือกตาบางของสาวงามตรงหน้าก็ค่อยปิดลงช้าๆ อย่างว่าง่าย

หรือจะให้ชีวิตนิรันดร์แก่เธอดี??

ความคิดชั่ววูบที่ทำให้นัยน์ตาสีเหลืองทองจับจ้องไปยังต้นคอขาว

ไม่ได้! หากถูกใจเธอจริงก็ควรปล่อยไป จะให้มาทรมานด้วยกันแบบนี้มันดีตรงไหน

คุณคะ ฉันลืมตาได้หรือยัง เสียงหวานปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ความคิด สาวน้อยยังคงหลับตาพริ้ม เห็นดังนั้นเขาก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะสะบัดผ้าคลุมหลังสีดำทะมึนราวกับความมืดแห่งรัตติกาล

ฟึ่บ!!

เอาล่ะ ลืมตาได้แล้ว เขากระซิบเบาๆ ที่ข้างหู พลันเปลือกตาบางของสาวน้อยก็กระตุกเปิดขึ้นก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความดีใจ เพราะหมู่บ้านของเธอมาอยู่ตรงหน้าแล้ว

ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ สาวน้อยร้องอย่างตื้นตัน

เขากระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะหันหลังเดินจากไป แต่ไม่ทันไรสาวน้อยก็กระตุกผ้าคลุมของเขาเบาๆ

เดี๋ยวก่อนค่ะ เสียงใสเรียกเขาให้มองกลับไปอย่างแปลกใจ ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย ฉันชื่อลามิอา แล้วคุณล่ะ

เขาหัวเราะขึ้นเบาๆ ก่อนจะตอบ

นานมาแล้ว... นานมากที่ไม่มีใครเอ่ยชื่อของฉัน เขากล่าว นัยน์ตาประกายสีเหลืองทองวาวจ้องมองไปยังสาวน้อยอย่างเสน่หา ฉัน...ผู้พเนจรอย่างโดดเดี่ยวภายในป่า ดวงหน้าคมเข้มของเขาเขยิบเข้าใกล้สาวน้อยให้แก้มขาวๆ ของเธอขึ้นสีระเรื่อ ชื่อของฉันคือ...เนค

+ + + +

เฮ้! พวกเรา วันนี้เจออีกแล้วล่ะ เสียงผู้คนในหมู่บ้านฮือฮากันไปทั่ว คราวนี้เป็นซากกระต่ายล่ะ

เฮ้อ!... อีกแล้วหรือเนี่ย หญิงชราคนหนึ่งถอนหายใจ ขณะที่นั่งอยู่บนเตียงภายในบ้านของตนแต่สายตากลับจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ซากสัตว์ที่ไม่เหลือเลือดทิ้งไว้สักหยด

คงเป็นฝีมือของสัตว์ด้วยกันเองมากกว่า ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หญิงสาวอีกคนที่กำลังง่วนทำงานอยู่ในบ้านกล่าวขึ้น

ไม่แน่นะลูก บางที...อาจเป็นฝีมือของผีดูดเลือด หญิงชรากล่าวเสียงสั่น ส่วนผู้เป็นลูกสาวได้แต่ยิ้มๆ เห็นคนข้างบ้านบอกว่าเจอชายลึกลับคนนึงในป่าด้วยนะลูก คราวนี้สาวน้อยสะดุ้งเฮือกเสียแต่หญิงชราผู้เป็นแม่ไม่ทันสังเกต คนๆ นั้น อาจจะเป็น...

แม่คะ!! สาวน้อยกล่าวขัดอย่างเป็นจริงเป็นจังทำเอาผู้เป็นแม่ถึงกับอึ้ง เราไม่มีหลักฐาน และอีกอย่าง ก็ยังไม่มีใครเป็นอะไรสักคน ซากศพนั่นก็มีแต่พวกสัตว์

ล..ลามิอา หญิงชรากล่าวอึกอัก

ใช่แล้ว เธอรู้อยู่แก่ใจดีว่าบุรุษหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงผู้นั้นเป็นใคร ตั้งแต่วันที่เธอหลงป่า คนผู้นั้นก็มาปรากฏอยู่แถวๆ นี้ตลอด

ไม่ได้นึกรังเกียจ แต่กลัว...ว่าเขาจะเป็นอันตราย ถ้าเขาเป็นผีดูดเลือดจริง ทำไม...ฉันถึงรอดมาได้ล่ะ

ลามิอา! เสียงเรียกดังพร้อมกับเสียงเปิดประตูให้เธอหันไปมอง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผมสีน้ำตาลคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้านอย่างถือวิสาสะ

ค..คามิล ลามิอาพูดอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครพรวดพราดเข้ามา ทำเอาฉันตกใจหมดเลย

โธ่ ก็มีเรื่องด่วนนี่นา คามิลยักไหล่ไม่ใส่ใจ

เรื่องด่วน? ลามิอาทวนเสียงสูงอย่างสงสัย ทำไมหรือ?

คืนนี้พวกคนในหมู่บ้านจะออกล่าผีดูดเลือด คามิลยิ้มกว้างพลางเอานิ้วเช็ดจมูกตนอย่างภูมิใจ ฉันเป็นคนนำด้วยล่ะ

คามิล!! ลามิอาร้องอย่างตื่นตระหนก เธอมีหลักฐานหรือยังไงกันว่าเขาเป็นผีดูดเลือด ทำไมต้องล่าตัวเขาด้วย นัยน์ตาสีฟ้าของลามิอาจ้องคามิลอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงกระแทกกระทั้นทำให้คนฟังเริ่มงง

ทำไมกันลามิอา พูดยังกับเธอรู้จักมันอย่างนั้นล่ะ คามิลถาม ลามิอาหลุบสายตาลงมองพื้นด้วยคำถามมันโดนใจจนไม่กล้ามองหน้าตรงๆ ถึงจะไม่ใช่ผีดูดเลือดก็เถอะ แต่มาป้วนเปี้ยนอยู่ในป่าใกล้ๆ หมู่บ้าน ทำตัวลึกลับไม่น่าไว้ใจ ยังไงก็ต้องจัดการล่ะ

ลามิอายืนได้แต่ตัวสั่นอ้ำอึ้งไม่พูดไม่จา ผู้มีพระคุณกำลังจะเดือดร้อน...

ต้องรีบไปบอกก่อนที่พวกนี้จะตามเขาเจอ!!

ลามิอา! เสียงเรียกของคามิลทำเอาเธอสะดุ้ง ชายหนุ่มหรี่ตามองอย่างแปลกใจ เอาเถอะ ฉันก็แค่มาบอกข่าวแค่นี้ล่ะ ไปละ

แล้วชายหนุ่มก็เดินออกจากบ้านของเธอไปพร้อมกับความสงสัย

ม..แม่คะ เดี๋ยวหนูไปเอาสมุนไพรในป่ามาอีกนะคะ ลามิอาพูดเสียงสั่น เธอโกหกเพื่อหาเรื่องจะออกไปข้างนอก

ทำไมล่ะลูก นี่แม่ก็แข็งแรงดีแล้ว จะให้ช่วยลูกทำงานยังได้เลย ไม่เป็นไรหรอก หญิงชรากล่าวค้านเพราะเกรงใจ

คือว่า...จะไปเอามาเผื่อไว้ค่ะ เผื่อแม่เป็นอะไรขึ้นมาอีกจะได้รักษาทัน ลามิอาหันกลับมายิ้มกว้างให้ผู้เป็นแม่

ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะ แต่อย่ากลับให้ดึกนักล่ะ หญิงชรากล่าว ลามิอายิ้มให้ทีนึงเป็นเชิงลาก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านไป

+ + + +

เนค...คุณอยู่ที่ไหนกัน...

เนค!!

จิตที่เรียกหาปลุกให้คนที่มีชีวิตยามค่ำคืนต้องตื่นจากนิทราในช่วงสนธยา นัยน์ตาสีเหลืองทองทอดมองออกไปนอกถ้ำซึ่งเป็นที่พักพิงใหม่ ก็พบว่าดวงอาทิตย์ที่เป็นปรปักษ์กับเขากำลังจะลับขอบฟ้า เขาจึงยอมเสี่ยงออกไปหาเจ้าของเสียงเรียกอันแสนหวานที่กำลังว้าวุ่นใจ

มีอะไรหรือ ลามิอา เสียงทุ้มต่ำถามดังมาจากด้านหลังของตัวให้เธอต้องหันหลังไปอย่างตกใจ

เนค คุณนั่นเอง ลามิอากล่าวอย่างร้อนรน เธอเดินเข้าไปเขย่าแขนคนตรงหน้า รีบไปเถอะค่ะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับคุณ

ทันทีที่ได้ฟังเนคก็มุ่นหัวคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ นัยน์ตาสีเหลืองทองฉายประกายวาวอย่างสงสัย

ทำไมหรือ เธอพูดราวกับว่าจะมีคนมาตามล่าฉันอย่างนั้นแหละสาวน้อย เนคพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

ใช่แล้วเนค คนในหมู่บ้านคิดว่าคุณเป็นคนที่ดูดเลือดสัตว์พวกนั้น เขากำลังจะมาตามล่าคุณ โดยที่กล่าวหาว่าคุณเป็นผีดูดเลือด คำพูดที่โดนใจคนฟังทำเอาเขาสะดุ้งด้วยความประหลาดใจ

ถึงเวลาจะต้องสู้กับพวกมนุษย์อีกครั้งแล้วหรือนี่ หรือจะยอมตายเพื่อหลุดพ้นจากความทรมานแห่งห้วงเวลาที่ไม่สิ้นสุดนี่

คิดแล้วก็แย้มรอยยิ้มขึ้นอีกคราอย่างผู้ที่ไม่กลัวอันตราย หญิงสาวจึงกล่าวเตือนอีกรอบ

ไปเถอะเนค อย่าอยู่ต่อเลย

แล้วถ้าเกิด... เนคเอื้อมมือไปเชยคางสาวน้อย เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้จนลามิอาอาจสัมผัสได้ถึงลมหายใจกรุ่นของเขา ถ้าเกิดฉันเป็นผีดูดเลือดจริงๆ ปล่อยฉันไปแบบนี้จะดีหรือ

คำถามที่ทำให้สาวน้อยตาลุกวาวอย่างหวาดกลัว แต่เธอก็พยายามซ่อนอาการเอาไว้เพราะยังเชื่อว่าคนตรงหน้าคงไม่ทำอันตรายเธอเป็นแน่ เธอหลบสายตาก้มลงมองพื้นก่อนจะกล่าวเสียงสั่น

ถ..ถ้าคุณเป็นผีดูดเลือดจริง ท..ทำไมฉันถึงยังรอดอยู่ล่ะ ลามิอารวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นและพูดเต็มเสียง ทำไมฉันถึงยังไม่ตาย!!

เธออยากตายมากขนาดนั้นเลยหรือ ลามิอา เนคถามด้วยเสียงยะเยือกให้คนตรงหน้าเริ่มสั่น มือของเธอกุมชายกระโปรงไว้แน่น

ฉันควรจะตายตั้งแต่ตอนที่หลงป่าเมื่อคราวนั้นแล้ว ลามิอาพูด คุณเป็นคนให้ชีวิตฉัน ฉันรักษาแม่จนหายแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้เป็นห่วง แล้วนัยน์ตาสีฟ้าก็ฉายประกายกล้า หากคุณคิดจะปลิดชีวิตฉัน เอาโอกาสแห่งการมีชีวิตของฉันไป ฉันก็ยินดีค่ะ ว่าพลันตลบผมสีทองสลวยไปด้านข้างโชว์ต้นคอขาวให้คนตรงหน้าและหลับตามิดรอการตัดสิน

การตัดสินใจอันเฉียบขาดของลามิอาทำให้หัวใจของผีดูดเลือดอย่างเขาหวั่นไหว

นี่เราคงหลงรักมนุษย์คนนี้แล้วสินะ...ช่างผิดต่อเผ่าพันธุ์จริงๆ

ตายก็ไม่ได้...เพราะคงไม่กล้าสู้หน้าบรรพบุรุษ

อยู่ที่นี่ต่อก็ไม่ได้...ผู้หญิงคนนี้จะเดือดร้อน

เนคคิดพร้อมกับค่อยๆ ก้มตัวลง ริมฝีปากสีแดงสดของเขาเปิดกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวขาวอันน่าสยดสยอง

ใช่แล้ว มีทางเดียวคือ...ต้องจากที่นี่ไปซะ

ไม่ทันจะฝังคมเขี้ยวลงบนลำคอระหง เนคก็เงยหน้าขึ้นแล้วจับไหล่บางของสาวน้อยเบาๆ

ก็ได้ ฉันจะจากที่นี่ไป เนคกล่าว สาวน้อยลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างใจหาย พวกเธอเข้าใจถูกแล้ว ฉันเป็นผีดูดเลือด

เมื่อได้ยินคำสารภาพโดยตรงจากปากลามิอาก็สะดุ้งถอยหลังไปเล็กน้อยทันที เธอตกใจอ้ำอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

เนคที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ้มขึ้นอย่างคาดการณ์ไว้แล้ว ก็มนุษย์ที่ไหนล่ะจะไม่กลัวผีดูดเลือดอย่างเรา

แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายมนุษย์คนไหนเลย สัตว์ป่าฉันก็ดูดเลือดแค่เท่าที่จำเป็น และทุกตัวล้วนแต่ใกล้จะตายแล้วทั้งนั้น เนคเอื้อมมือไปแตะใบหน้าสาวน้อยที่กำลังสั่นสะท้านอย่างทะนุถนอม ฉันรอเวลา...ที่จะอาศัยร่วมกับมนุษย์มาตลอด แต่มัน...คงเป็นไปไม่ได้สินะ

ลามิอาจ้องมองบุคคลตรงหน้า ทั้งใบหน้าทั้งดวงตาที่ฉายประกายผิดหวังและปวดร้าว มันทำให้เธอรู้สึกเจ็บไปด้วย แม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่เธอก็รู้ดีว่าเขาจะไม่ทำร้ายใคร มือน้อยๆ ค่อยกุมลงไปบนมือใหญ่ที่เย็นเฉียบ

เผ่าพันธุ์ของฉันถูกทำลายไปจนหมดเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีเพียงฉันที่เหลือรอดมาได้...คนเดียวและคนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ เนคกล่าว น้ำเสียงนั่นแฝงไว้ซึ่งความอ้างว้างจนคนฟังสามารถสัมผัสได้ บางที ฉันอยากหลุดพ้นจากชีวิตนิรันดร์นี่ แต่ว่าเมื่อได้พบเธอ...ความตายก็เป็นสิ่งที่ฉันไม่ต้องการ เขาขยับมือลูบไล้ไปบนใบหน้าของสาวน้อยเบาๆ ฉันมาอยู่ที่นี่...เพื่อเฝ้ามองเธอ"

ราวกับความเศร้าและความอ้างว้างทั้งมวลสามารถส่งผ่านไปยังคนฟังได้ น้ำตาจึงไหลรินออกมาจากดวงเนตรของสาวน้อย เธอสวมกอดชายหนุ่มผู้อ้างว้างตรงหน้า ทั้งเศร้าทั้งสงสารจนไม่อาจเอ่ยเอื้อนออกมาเป็นคำพูด

บางที... ลามิอาเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ฉันอาจจะชอบคุณเข้าแล้วเหมือนกัน แล้วเธอก็ขยับแย้มรอยยิ้มกว้าง มันทำให้บริเวณรอบด้านที่เป็นป่ารกชัฏมืดทึบกลับสว่างไสวในความคิดของเนค คงจะตั้งแต่ครั้งแรกที่นัยน์ตาสีเหลืองทองคู่นี้ของคุณจ้องมาที่ฉัน...มันทำให้ฉัน... หญิงสาวหลุบสายตาลงต่ำ ฉัน...

แต่ไม่ทันที่จะได้พูดต่อ มือใหญ่ก็สัมผัสใบหน้าขาวอย่างอ่อนโยนทั้งสองข้าง ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดของเธอถูกประกบลงด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย เนคก้มใบหน้าลงลิ้มรสหวานล้ำจากสตรีสาว

ด้วยไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาสีน้ำเงินคู่นั้นจึงเบิกโพลงอย่างตกใจ ก่อนจะหลับพริ้มตามที่อารมณ์พาไป จุมพิตที่แสนเย็นยะเยียบเพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คน กระนั้น มันยังให้รสชาติแห่งความรักได้อย่างครบถ้วน ความรักที่ทั้งคู่ไม่เคยได้ประสบมาก่อน...

ขอบใจมาก ลามิอา เนคกล่าวขึ้นเบาๆ เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ขอบใจสำหรับความรู้สึกดีๆ ที่มอบให้กับคนที่ไม่สมควรอย่างฉัน

ไม่หรอก ลามิอาส่ายหัว คุณสมควรได้รับความรักแล้ว เนค

จากนี้ไปเราคงไม่ได้พบกันอีก... เนคเอ่ยเสียงสั่นเครือ รักษาตัวเองและดูแลแม่ให้ดีนะ ลามิอา

คุณก็ด้วยนะเนค ลามิอาพูดพร้อมหยาดน้ำตาที่หลั่งริน ฉันยังหวังว่า วันใดที่ฉันเดินเข้าไปในป่า...ฉันจะได้พบกับคุณอีก...

คำพูดที่กระตุกรอยยิ้มให้ฉาบบนริมฝีปากของผีดูดเลือดตนสุดท้าย ความรู้สึกเต็มตื้นที่พังทำนบน้ำตาของเขาให้สิ่งที่เคยคิดว่าเหือดแห้งไปจากตัวแล้วกลับไหลรินลงมาอีกครั้ง

น้ำตาหรือนี่??

คิดพลันแย้มยิ้มน้อยให้กว้างขึ้นเท่าที่จะทำได้ เขาได้รู้ว่าบัดนี้ความรู้สึกที่เคยคิดว่าหายไปแล้วกลับคืนมาอีกครั้ง และรู้ว่าสิ่งที่ต่างจากมนุษย์มีเพียงสิ่งเดียวคือความนิรันดร์

คงเป็นเช่นนั้นหากไม่มีใครออกตามล่าฉันอีก เนคยิ้มอย่างอ่อนโยน ฉันจะมองดูเธอจากที่ไกลแสนไกล หากวันใดที่เธอต้องการ...เมื่อเสียงของเธอไปถึง ฉันจะกลับมา

แม้มันจะอันตราย? ลามิอาถาม

แม้ชีวิตนิรันดร์ของฉันจะจบลง ฉันก็จะมา...เพื่อเธอ เนคเงยหน้าขึ้นมองฟ้า เมฆหมอกเคลื่อนตัวเข้าบดบังแสงจันทร์ให้ทั้งป่ามืดมิดไปทั่วบริเวณ แสงจันทร์คงไม่ยินดีกับการลาจากของเรา...

สวบ!!

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาพร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงลิบๆ ให้หญิงสาวตื่นตระหนก

รีบไปเถอะเนค ก่อนที่พวกนั้นจะมาถึง ลามิอาเร่ง

ลาก่อน ลามิอา... เนคพูดเสียงเศร้า เขาเดินผละออกไปพร้อมรอยยิ้มเจือน้ำตา

ลาก่อน...เนค หญิงสาวกล่าวเบาๆ กล้ำกลืนเสียงสะอื้นไห้ลงลำคอ ก่อนฝืนส่งรอยยิ้มตอบกลับอย่างลำบาก แล้วผ้าคลุมก็โบกสะบัด ร่างของชายหนุ่มตรงหน้าก็หายวับไปพร้อมกับสายลมแห่งความเศร้า

ยังคงทิ้งไว้เพียงความทรงจำและคราบน้ำตา...ทั้งสองคน

+ + + +

คนสุดท้ายของโลก...ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่พระเจ้าก็ไม่เคยหันมามอง

คนสุดท้ายของโลก...ที่ยังต้องมีชะตากรรมแห่งการหลบซ่อนต่อไปไม่สิ้นสุด

คนสุดท้ายของโลก...ที่มีชีวิตนิรันดร์

แต่อย่างน้อย...ชีวิตนิรันดร์ก็ทำให้เขาได้พบกับใครบางคนที่เข้าใจ

ใครบางคนที่ให้ความรักแก่เขา

คำถามบางอย่างเกิดขึ้นแก่ใจโดยฉับพลัน

ผีดูดเลือดที่อาศัยแค่เลือดสัตว์ใกล้ตายในการดำรงชีพและแสงจันทร์ในการฟื้นพลัง

มนุษย์ที่ฆ่าสัตว์เป็นอาหารไม่เลือกตั้งแต่ยังเป็นไข่จนตัวเต็มวัย...ทั้งที่ตนสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยพืชผัก

มนุษย์ยังคงเห็นแก่ตัว...

ผีดูดเลือดอย่างเขา...กับมนุษย์ สำหรับพวกสัตว์แล้วใครกันที่น่าจะถูกกำจัด

คิดแล้วก็ให้รู้สึกประหลาดใจจนอดยิ้มไม่ได้กับความไม่เท่าเทียมของโลกใบนี้

ถึงมนุษย์จะทำอย่างนั้น...ก็ยังคงได้รับการให้อภัยจากพระเจ้า

ไม่อยากจะทำตัวเป็นผู้ตัดสิน...จัดการกับเหล่ามนุษย์

เพราะเพียงแค่นี้...ก็ถูกพระเจ้าทอดทิ้งเพียงพอแล้ว

ความทรมานไม่สิ้นสุด...เพราะไม่อาจจะได้เวลาพักผ่อนนิรันดร์

แต่จะให้ต้องตายเพราะถูกตามล่า...ก็ยังกลัว

อยากได้ความตายแบบธรรมดาเฉกมนุษย์ทั่วไป...ความแก่ชรา

หากพระเจ้าจะทรงเมตตาเห็นแก่ความดีของเขาที่ไม่คิดจัดการกับมนุษย์อันเป็นที่รักของท่าน

หรือว่า...การที่พระองค์ทรงมอบชีวิตนิรันดร์ให้จะเป็นการเมตตากันแน่

เมตตาให้...ได้เป็นผู้เดียวที่จะเห็นจุดจบของเหล่ามนุษยชาติ

เผ่าพันธุ์โหดร้ายที่กำจัดเผ่าพันธุ์อื่นที่ร่วมโลกเพื่อการคงอยู่ของตน

คงจะเป็นอย่างนั้นสินะ...

+ + + +

ยังมีเรื่องเล่ากันถึงป่าลึกแห่งหนึ่ง...กับบุรุษลึกลับในยามค่ำคืน

บุรุษที่ท่องราตรีพร้อมกับแสงจันทร์...หายตัวเร็วราวกับสายลม

เขา...จะยังคงมีชีวิตต่อไป...ตราบจนนิรันดร...

-------------------------------------------

Talk: ง่า...จบสักที เป็นเรื่องสั้นที่ไม่ค่อยจะสั้นเลยแฮะ ยิ่งลองอ่านดูมันเหมือนจะเป็นนิยายขนาดสั้นมากกว่าจะเป็นเรื่องสั้น ดูจะไม่ให้ความรู้สึกที่เหมือนเรื่องสั้นทั่วไปเท่าไหร่เลย ยิ่งเขียนหลังๆ ยิ่งเพ้อเจ้อ หุๆ ตอนแรกว่าจะให้ตายทั้งคู่ ต่อมาก็จะให้ตายคนเดียว แต่สุดท้ายก็ตัดใจไม่ได้อะ งืมๆ เป็นมือใหม่อะนะครับ ยังไงก็ฝากๆ ไว้ด้วย อ้อใช่ เนคเนี่ยมีโปรโตไทป์ด้วยนะ เหอๆ ใครอยากจะเดาก็ลองดู ถ้าเกิดเดาถูกแล้วลองนึกตามโดยใช้ตัวนั้นเป็นต้นแบบแล้วจะได้อารมณ์ดีนะ ^^