Talk

เฮ้อ...ไม่ได้อัพบล็อกมาซะนาน

วันนี้เกิดมีอารมณ์อยากอัพ เหอๆๆ

ไปงานแต๊งพี่มาที่โรงแรมอิมพีเรียลธาราครับ สนุกดี

กินอิ่ม อร่อย สนุกสนานเฮฮากับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ

แต่ว่าเลิกดึกอ่า เฮ้อ...นี่เพิ่งถึงบ้านไม่ถึงชั่วโมงเลย

จิงๆ มีรูปถ่ายบรรยากาศ อยากให้ดู แต่ว่า...ยังไม่ได้เอาลงเครื่องเหอๆๆ

ไว้เอาลงเครื่องแล้วอาจจะเอามาให้ดูกัน

ก็พอดีว่าในช่วงงานหนังสือที่ผ่านมาได้ไปเห็น Orange Road ขายครบชุด

เกิดอาการมือสั่นรีบควักเงินในกระเป๋าตังค์ออกมาซื้อ เอิ้กๆ

ทำไงได้ การ์ตูนที่ชอบตั้งแต่สมัยเด็กๆ เหอๆๆ

และแล้วเมื่อได้อ่านก็ โอ้ว...สนุกอย่างที่คาด ไม่สิ มากกว่าที่คิดอีก เหอๆๆ

เป็นการ์ตูนรักสุดคลาสสิคจริงๆ

ใครสนใจลองหาอ่านดูเป็นของสนพ.นิวโปรเจ็คท์คอมิค

และก็นะ อีกเรื่องนึงที่อยากจะแนะนำ เพิ่งไปรื้อมาจากในลังมาอ่าน

Akazukin Cha Cha

จะได้ฮากันทั้งเรื่อง และจุดหลักที่ประทับใจมากคือความรู้สึกระหว่างชาช่ากับรีย่า

กร๊าก ตรูชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

มันรักแบบเด็กๆ แต่มั่นคง แล้วก็น่ารักดี

ชอบอ่า (ได้ข่าวว่าอาจเป็นเพราะมีเชื้อ L + Shota ^^)

ลองๆ ไปหาดูละกัน

พอดีว่าอยากจะรู้น่ะว่าคนจะคิดกันยังไง เผื่อเวลาแต่งฟิกแบบนี้จะได้ไม่ขัดความคิดคนส่วนใหญ่

จะมีคำถามอยู่ท้ายเหตุการณ์อะ ลองอ่านแล้วตอบๆ กันหน่อยนะ

เรื่องของหมาข้างถนน

ณ ที่แห่งหนึ่งในโลก มีหมาสองตัวเป็นเพื่อนกัน

โดยที่หมาเอ เป็นหมาที่มีเจ้าของ และหมาบีเป็นหมาข้างถนน

นอกจากหมาเอแล้ว หมาบียังมีเพื่อนอีกมากมายอยู่ตามซอกซอยต่างๆ

แต่ในวันหนึ่งขณะที่กำลังเล่นกับหมาเออยู่ มนุษย์คนนึงซึ่งเป็นเจ้าของหมาเอก็เดินมาหาสัตว์เลี้ยงของตัว

มนุษย์คนนั้นเห็นหมาบีกำลังเล่นกับหมาเออยู่ จึงได้เข้าไปเล่นกับหมาบีด้วย โดยที่หมาบีก็ไม่รังเกียจเพราะเห็นว่าเป็นเจ้านายของเพื่อน

และไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร มนุษย์คนนั้นก็ได้พาหมาบีกลับไปเลี้ยงที่บ้านด้วย และหมาบีก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร

ช่วงแรกๆ มนุษย์คนนั้นได้ดูแลหมาบีเป็นอย่างดี ทั้งรักทั้งเอ็นดูจนหมาบีรักมนุษย์คนนี้และเลิกคิดถึงการมีเจ้าของใหม่

หมาบีแทบไม่ได้เล่นกับเพื่อนตัวอื่นๆ ของมันเลย เพราะมัวแต่อยู่กับมนุษย์คนนั้น แม้กระทั่งตอนเดินเล่นก็แค่เห่าทักทายกับเพื่อน แต่ไม่ได้เข้าไปเล่น

จนวันนึงขณะที่กำลังเดินเล่นกันอยู่ จู่ๆ มนุษย์คนนั้นก็ปล่อยเชือกที่ผูกคอหมาบีอยู่แล้วก็เดินกลับบ้านไปโดยทิ้งให้หมาบียืนงงอยู่ข้างหลัง

หมาบีรีบวิ่งตามกลับไป และเดินเข้าไปหา แต่ว่ามนุษย์คนนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร

หลังจากนั้นพฤติกรรมแบบนี้ของมนุษย์คนนั้นก็เริ่มเกิดบ่อยขึ้น ไม่ค่อยเข้ามาเล่นด้วยกับหมาบี ไม่ค่อยพาไปเดินเล่น เอากรงหมาบีมาตั้งไว้นอกบ้าน ในขณะที่กับหมาเอก็ยังคงเลี้ยงดูเหมือนเดิม

หมาบีปรึกษากับหมาเอว่าเจ้านายเป็นอะไรไปหรือเปล่า หมาเอก็ส่ายหน้าว่าไม่รู้ ทำให้หมาบีเริ่มคิดหนัก

หมาบีเดินเข้าไปทำสายตาเป็นเชิงถามให้มนุษย์คนนั้นซึ่งกำลังทำหน้าตาราวกับหงุดหงิดอยู่

เมื่อมนุษย์คนนั้นหันมาเห็นมาบี ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มและเข้ามาเล่นด้วย แต่หมาบีกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไม่เหมือนเดิม

หมาบียังคงอยากรู้คำตอบ พยายามเดินเข้ามาคลอเคลีย ส่งสายตาเป็นคำถามเข้าใส่เสมอ จนวันนึงมนุษย์คนนั้นก็เตะหมาบีที่เดินเข้าไปใกล้ๆ

มนุษย์คนนั้นบ่นว่าหมาบีว่าน่ารำคาญ และพูดแบบนั้นเกือบทุกครั้งที่หมาบีเข้ามาอยู่ในสายตา

จนกระทั่งวันนึงถึงขั้นไล่หมาบีโดยเอาไปปล่อยไว้หน้าบ้านแล้วบอกว่า "ฉันผิดเองที่เอาแกมาเลี้ยง ตอนนี้ฉันปล่อยแกแล้ว แกจะไปไหนก็ไปสักทีสิ"

แต่หมาบีจ้องตอบก่อนจะค่อยๆ เดินคอตกแล้วกลับเข้ากรง ซึ่งมนุษย์คนนั้นก็ไม่ได้ออกปากไล่ต่อแต่อย่างใด

หมาบีพยายามหลบหน้าทุกครั้งเมื่อถึงเวลาให้อาหารเพื่อมนุษย์คนนั้นจะได้ไม่รำคาญ และคิดว่าหากไม่ได้เห็นหน้านานๆ คงจะมีอะไรดีขึ้น

แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีวี่แววว่าอะไรจะดีขึ้นอย่างที่คิดไว้

มนุษย์คนนั้นมาให้อาหารแล้วไม่เห็นหมาบีก็ไม่ได้แคร์แต่อย่างใด วางจานข้าวทิ้งไว้แล้วก็เดินกลับเข้าบ้าน

เป็นอย่างนี้อยู่นานจนหมาบีคิดว่ามนุษย์คนนี้คงไม่เห็นตนเป็นสัตว์เลี้ยงของตัวอีกแล้วถึงไม่ได้ใส่ใจ

แต่แล้วพอมีเพื่อนของมนุษย์คนนั้นมาเยี่ยมที่บ้าน และแปลกใจที่เห็นหมาบีมาอยู่อีกตัว เลยถามว่านี่มีหมาหลงเข้ามาเหรอ

มนุษย์คนนั้นก็ตอบว่า เปล่า นี่ฉันเก็บมาเลี้ยงเอง เป็นหมาเลี้ยงในบ้านของฉันน่ะ

คำตอบที่หมาน้อยได้ยินก็เกิดใจชื้นที่มนุษย์คนนี้ยังเห็นว่าตนเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่ จึงยังคงทนอยู่ต่อไปโดยหวังอยู่ลึกๆ ว่ามนุษย์คนนั้นจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

รอแล้วรอเล่า ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเลวร้ายลง เมื่อไม่มีคนมาเล่นด้วย หมาบีก็เริ่มซึมเศร้า

เพื่อนๆ ที่สนิทกันตอนอยู่ข้างถนนก็มาเยี่ยม แต่หมาบีก็ไม่ได้อาการดีขึ้น มนุษย์คนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจความรู้สึกของหมาบีแต่อย่างใด

จนวันนึงมีหมาแปลกถิ่นบุกเข้ามาทำร้ายหมาบี หมาบีสู้ไม่ได้ร้องโหยหวนออกมา มนุษย์คนนั้นก็เข้ามาไล่หมาแปลกถิ่นออกไป

หมาบีได้รับการพยาบาลเป็นอย่างดีจนคิดว่าบางทีมนุษย์คนนี้อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วก็ได้

แต่คิดผิดถนัด เพราะว่าเมื่อหายดี มนุษย์คนนั้นก็ไม่ได้สนใจหมาบีตามเดิม และยังคงบ่นว่ารำคาญทุกครั้งที่หมาบีเข้าไปเล่นด้วย

จนถึงปัจจุบันนี้หมาบีสับสนมากว่าจะทำยังไงดี เพราะเจ้านายไม่เคยบอกว่าตนผิดตรงไหน เลยไม่รู้ว่าควรจะแก้ตัวยังไง

ลองเทียบดูกับพฤติกรรมของหมาเอก็ยิ่งงงว่ามันต่างกันตรงไหน

หมาเอไม่ได้ไปคลอเคลียกับเจ้านาย แต่เจ้านายยังคงให้ความใส่ใจและเลี้ยงดูอย่างดี

ต่างกับหมาบีที่หากไม่ได้ไปคลอเคลียก็จะไม่ได้รับความใส่ใจ และหากเข้าไปใกล้ก็จะถูกไล่ออกมาทุกครั้ง

หมาบีคิดหาทางออก ก็พบว่ามีทั้งหมดสองวิธี คือ

ออกจากบ้านนี้ไปซะ กลับไปใช้ชีวิตหมาข้างถนนตามเดิม แต่จะมีความสุขระดับบี และก็ต้องทนกับความทุกข์ระดับบีเช่นกัน ตรงที่ไม่อาจจะลืมเจ้านายได้

(อย่างที่จะเห็นว่าหมาที่ถูกทิ้งมักจะตรอมใจตายเป็นส่วนใหญ่)

หรือ ดันทุรังทนอยู่กับมนุษย์คนนี้ต่อไปอย่างไม่มีความสุขและหงุดหงิดใจ เพื่อรอวันที่มนุษย์คนนั้นอาจจะกลับมาเหมือนเดิมและมีความสุขระดับเอ

ซึ่งอาจจะไม่มีวันที่มนุษย์คนนั้นจะกลับมาเอ็นดูหมาบีอย่างเดิม

ถ้าเป็นหมาบีจะเลือกทางไหน หรือมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เพราะอะไร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดว่าใครผิด ใครควรจะแก้ไขตรงไหน

ก็ตอบมาตามที่คิดน่ะล่ะ

^^